งานวิจัยญี่ปุ่นพบวิตามิน D ต่ำ เพิ่มความเสี่ยงเป็นมะเร็ง

วิตามินดี (Vitamin D) เป็นวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมและฟอสฟอรัสซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างกระดูก นอกจากนี้ยังช่วยเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ  หัวใจ ปอด และสมอง สามารถช่วยลดอาการอักเสบได้ การขาดวิตามิน D รุนแรงอาจนำไปสู่การเกิดโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) การขาดวิตามินดีอาจเชื่อมโยงกับเงื่อนไขอื่น ๆ รวมทั้งโรคเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, โรคหอบหืด, ความจำเสื่อม, ภาวะซึมเศร้า และโรคภูมิต้านทานบางอย่างผิดปกติ

มีการศึกษาพบว่าการมีระดับ วิตามินดี (Vitamin D) ในเลือดต่ำสอดคล้องกับการเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งได้ ร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดี (Vitamin D) จากการสัมผัสแสงแดดได้เอง นอกจากนี้สามารถได้รับจาการอาหารประเภทปลาที่มีไขมันสูง น้ำมันปลา ไข่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม ซีเรียล ธัญพืช

มีการศึกษาจากนักวิจัยในประเทศญี่ปุ่น โดยมีผู้เข้าร่วมในการวิจัยจำนวน 33,736 ราย ช่วงอายุระหว่าง 40–69 ปี ใช้ระยะเวลาตรวจสอบประมาณ 16 ปี และในช่วงเวลาดังกล่าวได้มีการบันทึกจำนวนผู้ป่วยมะเร็งใหม่ที่มีทั้งสิ้น 3,301 ราย โดยผู้เข้าร่วมการวิจัยมีการให้ข้อมูลด้านประวัติทางการแพทย์ การบริโภคอาหาร  หลังจากการวิจัยทำให้พบความเสี่ยงในการเกิดโรคมะ เร็ง เช่น อายุ น้ำหนัก การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหาร นอกจากนี้นักวิจัยยังพบว่าผู้ที่มีระดับวิตามินดี (Vitamin D) ในเลือดอยู่ในระดับสูงมีความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในผู้หญิงและผู้ชายน้อยกว่า 20% เมื่อเทียบกับผู้ที่มีระดับวิตามินดี (Vitamin D) ในเลือดต่ำ พบว่าระดับวิตามินดี (Vitamin D) ที่สูงมีผลในการลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งตับโดยเฉพาะที่พบมากในเพศชาย จากการศึกษาพบว่า อัตราการเกิดโรคมะเร็งมีความสัมพันธ์กับการได้รับแสงอาทิตย์  ประโยชน์ของวิตามินดี (Vitamin D) นอกจากจะทำหน้าที่ในการรักษาสมดุลของแคลเซียม และสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟันแล้วยังมีฤทธิ์ต้านมะเร็งด้วย

แล้วต้องมีวิตามินดี เท่าไหร่ถึงจะเพียงพอ?

ปัจจุบันเราสามารถวัดระดับวิตามิน ดี ในเลือดได้โดยการตรวจวิเคราะห์จากตัวอย่างเลือด ในงานวิจัยทางคลินิกของคณะแพทย์ของสมาคมต่อมไร้ท่อของสหรัฐอเมริกา (Endocrine Society) ที่ตีพิมพ์ในปีพ.ศ. 2554 ได้ให้คำแนะนำว่าระดับวิตามิน ดี ที่เหมาะสมของเด็กและผู้ใหญ่ควรจะอยู่ในช่วง 40 ถึง 60 ng/mL ซึ่ง ณ ระดับดังกล่าวมีงานวิจัยหลายชิ้นพบว่าจะสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ ได้หลายชนิดอย่างมีนัยสำคัญ เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ เบาหวานแบบที่ 1 กระดูกพรุน โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง หรือโรคเอมเอส MS และอื่น ๆ

อย่างไรก็ดีการได้รับวิตามินดี (Vitamin D) ในปริมาณสูงต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน อาจเกิดอาการอ่อนเพลีย สับสน ความอยากอาหารลดลง น้ำหนักลด คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ระมัดระวังในการรับประทานวิตามินดีเสริมร่วมกับยาบาง ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนการรับประทานวิตามินดีเสริม

Reference :

Holick MF, Binkley NC, Bischoff-Ferrari HA, et al. Evaluation, treatment, and prevention of vitamin D deficiency: An Endocrine Society clinical practice guideline. Journal of Clinical Endocrinology & Metabolism 2011

Vitamin D: What’s the “right” level?

https://www.health.harvard.edu/cancer/enough-vitamin-d-may-protect-against-some-cancers?utm_content=buffer74fc6&utm_medium=social&utm_source=facebook&utm_campaign=buffer

https://www.verywellhealth.com/vitamin-d-for-cancer-defense-88915?utm_campaign=healthsl&utm_medium=email&utm_source=cn_nl&utm_content=13416303&utm_term=body

https://www.thairath.co.th/content/1229192

http://www.smj.ejnal.com/e-journal/showdetail/?show_detail=T&art_id=1614

https://www.mayoclinic.org/drugs-supplements-vitamin-d/art-20363792