5 เคล็ดลับทำอย่างไรให้หน้าใสไร้สิว

สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวๆ หรือหนุ่มๆ ก็นิยมหันมาดูแลผิวพรรณกันมากขึ้น ทั้งผิวหน้า ผิวกายภายนอกรวมไปถึงสุขภาพภายใน ซึ่งหนึ่งในปัญหาผิวหน้าที่มักจะสร้างความรำคาญใจให้กับใครหลายๆ คนมานานนั่นก็คือ สิว โดยเฉพาะกับสาวๆ วัย 20 ต้นๆ ที่พึ่งเข้าสู้ช่วงวัยรุ่นอย่างเต็มตัวที่มักจะพบเจอปัญหาสิวหนักกว่าในวัยอื่น

ดังนั้นความใฝ่ฝันของหนุ่มๆ สาวๆ ส่วนใหญ่ คือการที่มีใบหน้าที่เนียน ขาวใส ไร้สิว จนน่าหยิกน่าจับ เดินไปไหนก็มีแต่คนเหลียวมองและอุทานในใจว่า

“โห! หน้าใสมาก ไปทำอะไรมาเนี่ย? ล้างหน้าด้วยอะไร ทำไมไม่เห็นมีสิวเลย”

ดังนั้นคนส่วนมาก จึงมักจะแสวงหาทั้งยาและวิตามินมากมายเต็มท้องตลาดที่อธิบายสรรพคุณว่า สามารถทำให้ หน้าใสไร้สิว ได้ด้วยส่วนประกอบจากธรรมชาติต่างๆ นาๆ ซึ่งถ้าหากคุณ เลือกบริโภคเข้าไปในปริมาณมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ อาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้นะคะ

แล้วคุณจะต้องทานเข้าไปขนาดไหน หน้าถึงจะขาวใส ถึงจะเห็นผล? ทำไมบางคนทานเพียง 1 เม็ดต่อวัน ก็เห็นผลแล้ว? ทำไมเราถึงไม่เห็นผล? หรือเรากินไม่ถูกวิธี?

ปัญหานี้ Vitaboost เข้าใจดีค่ะ เพราะร่างกายของคนเรานั้นแตกต่างกัน วันนี้หมอจึงจะมาแนะนำ 5 เคล็ดลับทำอย่างไรให้ หน้าใสไร้สิว กันค่ะ แต่ก่อนหน้าที่จะไปดูถึงวิธีการรักษาสิว หมอจึงอยากจะขออธิบายถึงสาเหตุของการเกิดสิวให้ทุกคนเข้าใจกันก่อนนะคะ

สาเหตุของการเกิดสิว

ถ้าหากจะให้อธิบายถึงสาเหตุของสิวแบบจำเพาะเจาะจง หมอก็คงจะต้องพูดว่า

“สาเหตุนั้นยังไม่เป็นที่ทราบอย่างแน่ชัด เพราะหนึ่งในสาเหตุที่มีความเป็นไปได้ คือระดับฮอร์โมนของแต่ละคนนั้นจะมีผลต่อการเกิดสิวที่แตกต่างกันออกไปค่ะ”

นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ เช่น พันธุกรรม  ความอับชื้น มลพิษ อาหาร ยา รูขุมขนอุดตัน และอาการแพ้ ดังนั้นหมอจะแบ่งสาเหตุของสิวเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ ได้แก่ ปัจจัยภายในและภายนอกค่ะ

1. ปัจจัยภายใน

คือ ปัจจัยที่เกิดขึ้นจากตัวของเราเอง พูดง่ายๆ คือเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดเลยค่ะ ได้แก่ ระดับฮอร์โมน พันธุกรรม  โรคเรื้อรัง ลักษณะผิวพรรณ เป็นต้น ยกตัวอย่างเช่น ในช่วงวัยแรกรุ่นนั้น สิว มักเกิดจากการที่หนุ่มๆ สาวๆ มีระดับฮอร์โมนเพศชายหรือฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้ผิวหน้ามัน ซึ่งก่อให้เกิดภาวะรูขุมขนอุดตันจนเกิดเป็นสิวได้ค่ะ

2. ปัจจัยภายนอก

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

คือ ปัจจัยอื่นๆ ที่เกิดขึ้นนอกร่างกายของคุณ ซึ่งหลักๆ แล้วจะมีสภาพแวดล้อมที่คุณอยู่อาศัย ยาที่คุณทาน เครื่องสำอางค์หรือครีมบำรุงที่คุณใช้ แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด มลภาวะต่างๆ หรืออาหารที่คุณทาน เป็นต้น

พูดง่ายๆ เลยก็คือ แทบทุกอย่างที่คุณเผชิญในแต่ละวันตั้งแต่ออกจากบ้านนั่นเองค่ะ เมื่อคุณอ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจเกิดคำถามขึ้นว่า “คุณจะหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกเหล่านี้ได้ยังไงกัน?”

หมอจึงอยากจะอธิบายก่อนว่า ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ คุณสามารถหลีกเลี่ยงได้ค่ะ ถึงแม้ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยนะคะ ยกตัวอย่างเช่น อาหาร ถ้าหากคุณหลีกเลี่ยงที่จะทานอาหารที่มีผลต่อการกระตุ้นสิวได้ ก็ถือว่าคุณสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยภายนอกไปได้อย่างหนึ่งแล้วค่ะ

ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันที่ประเภทของสิวกันดีกว่าค่ะ

ประเภทของสิว

สำหรับบางคนแล้วอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเภทของสิว แต่กลับไปลงทุนลงแรงค้นหาวิธีรักษาสิวต่างๆ นาๆ

หมอจึงอยากจะบอกว่า วิธีการรักษาสิวที่ตรงจุด เหมาะสม และหายขาดนั้น จะขึ้นอยู่กับประเภทของสิวด้วยนะคะ

ดังนั้นหมอจะแบ่งประเภทของสิวเป็น 2 ประเภทนะคะ

1. สิวอักเสบ (Inflammatory Acne)

หมอเชื่อว่าสิวอักเสบนั้นเป็นปัญหาที่แทบทุกคนจะต้องเคยเป็นหรือยังคงเป็นอยู่ แถมยังสร้างความรำคาญใจให้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวใช่ไหมคะ?

เพราะสิวอักเสบนี้ ทั้งบวมแดงและมีอาการเจ็บมาก พอกดออกก็จะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ให้ราวสัปดาห์เลยทีเดียว

การอักเสบของสิวนั้นจะเกิดขึ้นเมื่อเชื้อแบคทีเรียในสิวย่อยไขมันให้กลายเป็นกรดไขมัน ซึ่งมีสภาพเป็นกรด ส่งผลให้เกิดความระคายเคืองของผิวหนังได้ทำให้เกิดการอักเสบในที่สุดค่ะ ดังนั้นเมื่อเกิดการอักเสบ ผิวหนังจะมีการนูนและกลายเป็นสิวหัวแดง แต่ถ้าหากมีการอักเสบมากขึ้นจะเกิดเป็นสิวหัวหนองค่ะ

2. สิวไม่อักเสบ (Non-inflammatory Acne)

ปกติแล้วสิวไม่อักเสบมักจะเกิดจากความมันบนใบหน้า ซึ่งจะพบเห็นได้บ่อยสุดในช่วงวัยรุ่น เพราะถือเป็นช่วงที่สามารถผลิตฮอร์โมนได้มากกว่าช่วงวัยอื่นๆ ทำให้เกิดความมันบนใบหน้ามากกว่าปกติ อีกทั้งยังผสมกับสิ่งสกปรกจากมลภาวะต่างๆ ที่คุณอาจเผชิญในแต่ละวัน รวมไปถึงการทำความสะอาดที่ไม่ถูกวิธี ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นค่ะ

ซึ่งสิวประเภทนี้จะสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ สิวหัวขาว และสิวหัวดำค่ะ

ถ้าหากรูขุมขนปิด ทำให้สิ่งสกปรกหรือไขมันจะยังคงฝังอยู่ใต้ผิวหนัง จึงทำให้เกิดสิวหัวขาว ที่จะเป็นต้นเหตุของการเกิดสิวอักเสบส่วนมากค่ะ แต่ถ้ารูขุมขนเปิด จะทำให้สิ่งสกปรกหรือไขมันที่อุดตันอยู่สัมผัสกับอากาศ ทำให้เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น (Oxidation) จึงทำให้เกิดสิวหัวดำขึ้นค่ะ

ซึ่งสิวชนิดไม่อักเสบนี้มักจะขึ้นตามหน้า โดยเฉพาะตามรูขุมขน จึงทำให้รูขุมขนเรากว้าง และถ้าหากปล่อยไว้นานอาจเกิดการอุดตันสะสม ทำให้เกิดสิวอักเสบขึ้นได้ค่ะ

5 เคล็ดลับการดูแลผิวหน้า

โดยปกติแล้วเคล็ดลับการดูแลผิวหน้าของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการเข้าคอร์สเพื่อบำรุงผิวหน้า นวดหน้า หรือการสรรหาครีมต่างๆ มาบำรุง ซึ่งการกระทำทั้งหมดนี้จะเป็นการดูแลที่ปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว

ซึ่งเคล็ดลับการดูแลผิวหน้านั้นจะมีอยู่ 5 ข้อด้วยกันค่ะ

1. อย่าล้างหน้าบ่อยเกินไป  

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

การล้างหน้านั้นไม่จำเป็นต้องบ่อย เพียงแค่วันละ 2 ครั้งนั้นก็เพียงพอแล้ว นั่นก็คือ เวลาตื่นนอนตอนเช้า 1 ครั้งและตอนเย็น 1 ครั้ง และไม่ควรเช็ดหน้าแรงๆ เด็ดขาดเลยนะคะ เพราะจะส่งผลให้หน้าแห้งและลอกออกมามากกว่าปกติ อาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ค่ะ แต่ถ้าหากจำเป็นต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือออกกำลังกายและมีเหงื่อออกมาก อาจจะเพิ่มการล้างหน้าอีกสักครั้งได้ค่ะ แต่ก็ไม่ควรมากไปกว่า 3-4 รอบต่อวัน

2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ 

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

64% ของผิวหนังคนเราประกอบไปด้วยน้ำ!

เพราะฉะนั้น น้ำ ถือเป็นส่วนประกอบหลักของร่างกาย ซึ่งนอกจากจะทำให้เซลล์ต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่ในร่างกายในรูปของปัสสาวะและเหงื่อด้วยค่ะ

ดังนั้นการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและห้ามละเลยเด็ดขาด โดย USGS Water Science School แนะนำไว้ว่า ผู้ชายควรดื่มน้ำให้ได้ 3 ลิตรต่อวัน และผู้หญิงควรดื่มน้ำ 2.2 ลิตรต่อวัน

3. ออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

จากที่หมอได้บอกไว้ในข้อ 2 ว่า น้ำจะเข้าไปชะล้างสารพิษที่ตกค้างในร่างกายออกมาในรูปของเหงื่อและปัสสาวะนั้น การออกกำลังกายก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะกระตุ้นให้เหงื่อออกเพื่อเป็นการขับสารพิษในร่างกายที่ดีอีกทางหนึ่งและยังทำให้ระบบไหลเวียนของเลือด หัวใจ และปอดทำงานได้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เลือดสูบฉีด นอนหลับสบายขึ้นด้วยนะคะ

4. นอนหลับให้เพียงพอ 

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

75% ของ Growth Hormone จะหลั่งในขณะที่คุณหลับลึกเท่านั้น!

ปกติแล้วช่วงเวลาหลับลึกของคนเรา หรือช่วง Non Rapid Eye Movement ขั้นที่ 3 (NREM 3) โดยจะกินเวลาอยู่ที่ 20-40 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ออกมาเพื่อซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะผิวที่สึกหรอและรูขุมขน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ดังนั้นถ้าหากว่าคุณมีการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ จะส่งผลให้เซลล์ซ่อมแซมและฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำและเกิดเป็นสิวอักเสบได้ง่ายค่ะ โดยคุณสามารถคำนวณระยะเวลาการนอนได้ที่นี่เลยค่ะ

5. ดูแลเรื่องอาหารการกิน

การเลือกทานอาหารก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณ

เพราะอาหารที่คุณทานเข้าไปในแต่ละมื้อจะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งมีส่วนช่วยในการบำรุงจากภายในสู่ภายนอกค่ะ

ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า สารอาหารชนิดไหนบ้างที่คุณควรทานเพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล และบรรเทาปัญหาสิว

วิตามินซี

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

วิตามินซี ถือว่าเป็นสารตั้งตนในการสร้างเนื้อเยื่อคอลลาเจนสำหรับผิวเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเป็นวิตามินพระเอกที่มีส่วนสำคัญในการสร้างและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำลาย อีกทั้งยังกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวนุ่มและทำให้ชั้นผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้นค่ะ

ดังนั้นการทานวิตามินซี หรืออาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินซีสูงจะเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่ผิวหน้ามีรอยสิวหรือหลุมสิวค่ะ

แต่ร่างกายของคนเราจะไม่สามารถกักเก็บวิตามินซีไว้ในร่างกายได้ในปริมาณมาก เพราะฉะนั้นการทานวิตามินซี ที่เป็นอาหารเสริมในปริมาณที่เหมาะสมจะสามารถเห็นผลได้ดีที่สุด

ส่วนแหล่งอาหารที่มีส่วนประกอบของวิตามินซี จะได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยวต่างๆ เช่น ส้ม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ มะนาว แคนตาลูป และมะเขือเทศ เป็นต้น

Zinc หรือสังกะสี

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

สังกะสีนั้นได้รับการยอมรับมากที่สุดในเรื่องของการป้องกันและรักษาสิว เพราะสังกะสีมีบทบาทสำคัญในการช่วยส่งเสริมการทำงานของทุกระบบในร่างกาย โดยเฉพาะการช่วยรักษาสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย เช่น ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน หรือฮอร์โมนเพศชายที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดสิวค่ะ

นอกจากนี้สังกะสียังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันใต้ชั้นผิวหนังให้เป็นปกติ ทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดสิว และบรรเทาอาการอักเสบของสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคุณสามารถเลือกบริโภคอาหารเสริม หรือทานอาหารที่มีส่วนประกอบของสังกะสี เช่น หอยนางรม เนื้อวัวไม่ติดมัน เนื้อลูกแกะ ไข่ นมผงชนิดไร้ไขมัน จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง ฝักทอง ช็อคโกแลต และเมล็ดแตงโม เป็นต้นค่ะ

โอเมก้า 3

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

กรดไขมันโอเมก้า 3 นั้นจะมีส่วนช่วยบำรุงและทำให้เซลล์แข็งแรง เพราะมีส่วนประกอบของ Elcosapentaenoic Acid หรือ EPA ที่จะมีช่วยต่อต้านการอักเสบได้ดี จึงส่งผลให้การอักเสบของสิวทุเลาลง ลดอาหารบวมแดง และลดอาการระคายเคืองได้ค่ะ

นอกจากนี้กรดไขมันโอเมกา 3 ยังช่วยทำให้ผิวหนังของคุณสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผิวไม่แห้งกร้านและช่วยให้สิวยุบลงได้ค่ะ

แหล่งอาหารของกรดไขมันโอเมก้า 3 จะได้แก่น้ำมันปลาทะเล เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาซาร์ดีน ปลาซาบะ ปลาเทร้า ปลากระพง และปลาทู ค่ะ

วิตามินบี 5

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

วิตามินบี 5 อาจไม่ได้มีส่วนในการช่วยรักษาสิวโดยตรง แต่ถือว่าเป็นวิตามินที่มีส่วนในการช่วยลดความมันบนใบหน้าได้ดี โดยการเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง Coenzyme-A ที่จะช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย จึงมีส่วนในการช่วยเผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ

ดังนั้นเมื่อความมันบนใบหน้าลดน้อยลง โอกาสที่จะเกิดรูขุมขนอุดตันก็จะน้อยลงตาม จึงมีผลให้เกิดสิวน้อยลง อีกทั้งยังช่วยลดริ้วรอย ฝ้า กระ และจุดด่างดำบนใบหน้าได้ด้วยค่ะ

แหล่งอาหารของวิตามินบี 5 ได้แก่ ไข่แดง ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน ข้าวโพด และตับไก่ ค่ะ

วิตามินอี

เคล็ดลับหน้าใสไร้สิว

วิตามินอี ยังเป็นวิตามินที่นิยมใช้ในการรักษารอยแดง รอยสิว หลุมสิว ริ้วรอย จุดด่างดำอีกด้วย เพราะสามารถช่วยป้องกันและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้าย เพราะวิตามินอีถือเป็นวิตามินที่มีบทบาทสำคัญในการต่อต้านสารอนุมูลอิสระได้ดีมาก อีกทั้งยังช่วยทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นเหมือนเกราะป้องกันผิวหน้าจากแสงได้ ซ่อมแซมเซลล์ผิวที่โดนแสง UV ทำร้าย และช่วยลดริ้วรอยได้อีกด้วยค่ะ

แหล่งอาหารที่มีวิตามินอี ได้แก่ ผักใบเขียว ผักโขม เนื้ออโวคาโด กะหล่ำปลี จมูกข้าวลาสี และถั่วต่างๆ

สรุป

การดูแลผิวหน้าให้ถูกวิธี ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญในการบำรุงรักษาผิวให้ หน้าใสไร้สิว แต่อาจเป็นเพียงการดูแลที่เพียงภายนอกเท่านั้น ดังนั้นหมออยากให้คุณเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินที่หมอได้กล่าวมาข้างต้น เพื่อเป็นการบำรุงที่ภายใน

โดยร่างกายของคุณจะค่อยๆ ปรับเปลี่ยนตามพฤติกรรมของคุณเองค่ะ แต่ถ้าหากคุณไม่มั่นใจว่าคุณควรได้รับสารอาหารชนิดดังกล่าวในปริมาณเท่าไหร่ หมออยากให้คุณลองพิจารณาวิตามินปรุงพิเศษเฉพาะคุณดูนะคะ เพราะคุณจะได้รับวิตามินที่จำเป็นในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกายในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องด้วยค่ะ