สัญญาณของอาการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็น!

วิตามินและแร่ธาตุ เป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างมากต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกายคนเรา ถึงแม้ว่าร่างกายจะต้องการวิตามินหรือแร่ธาตุในปริมาณเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถขาดได้

เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารกลุ่มนี้จะทำให้เกิดภาวะเจ็บป่วยตามมา  

แต่ก่อนที่ร่างกายจะ ขาดวิตามิน หรือแร่ธาตุจนถึงขั้นเกิดอาการเจ็บป่วยรุนแรง มักมีสัญญาณเตือนบางอย่างให้คุณพอสังเกตเห็นได้

ดังนั้น Vitaboost จึงอยากให้คุณมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ สัญญาณเตือนของอาการ ขาดวิตามิน หรือแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย เพื่อที่คุณจะสามารถแก้ไขได้แต่เนิ่นๆ นะคะ

1. ผิวหนังแห้งหยาบกร้าน

signals of insufficient vitamins_1_0

สัญญาณเตือนผิวหนังแห้งหยาบกร้านนี้ อาจบ่งบอกถึงภาวะ ขาดวิตามิน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี และกรดโฟลิก

ซึ่งวิตามินเอนั้น จะมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างความแข็งแรงของเซลล์ผิวหนัง ช่วยรักษาสภาพเยื่อบุผิวหนัง ดังนั้นในกลุ่มผู้ที่ขาดวิตามินเอ ระยะแรกๆ อาจเกิดผิวหนังแห้ง หยาบกร้าน แต่ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นผิวหนังแตก เกิดรอยแผลเปิดที่บริเวณผิวหนัง และนำไปสู่การติดเชื้อได้

วิตามินซีและอี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยในการสร้างคอลลาเจน บำรุงผิวพรรณ และช่วยรักษาแผลสด ดังนั้นในกลุ่มผู้ที่ขาดวิตามินซีและอี มักจะมีปัญหาเรื่องผิวหนังหยาบกร้านและแผลมักจะหายช้า ส่วนกรดโฟลิกนั้นจะมีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์และยังมีส่วนช่วยเรื่องการบำรุงผิวพรรณอีกด้วย ดังนั้นเมื่อระดับกรดโฟลิกในร่างกายต่ำ อาจมีผลทำให้ผิวแตก หรือผิวแห้งได้ค่ะ

2. โรคนอนไม่หลับ

signals of insufficient vitamins_2

อาการของโรคนอนไม่หลับ คืออาการที่ร่างกายอาจใช้เวลานานกว่าปกติในการเข้านอน อยากจะนอนแต่ไม่สามารถหลับได้ หรืออาการหลับๆ ตื่นๆ ส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย อารมณ์เสียง่าย ปวดหัว ไม่มีสมาธิ และอาจมีผลกระทบกับการทำกิจวัตรประจำวันอื่นๆ อีกด้วย

ส่วนโรคนอนไม่หลับนั้นถือเป็นอาการอย่างหนึ่งที่อาจสอดคล้องกับโรคบางชนิด  การดื่มหรือรับประทานสารบางอย่างที่ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง เช่น สารคาเฟอีนในกาแฟหรือน้ำอัดลม หรืออาจมีสาเหตุมาจากระดับของสารอาหารบางชนิด เช่น Coenzyme Q10, กรดโฟลิก, สังกะสี และ แมกนีเซียม อยู่ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากสารอาหารเหล่านี้ จะเข้าไปกระตุ้นระบบการทำงานของร่างกายหรือขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้คุณนอนไม่หลับได้ค่ะ

Coenzyme Q10 คือสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยในการปกป้องและชะลอการเสื่อมของเซลล์ เปรียบเสมือนเป็นแหล่งพลังงานของร่างกายเพราะมีความสำคัญอย่างมากในกระบวนการสร้างพลังงาน ถ้าหากคุณมี Coenzyme Q10 ในปริมาณที่สูง จะทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายถูกกระตุ้นตลอดเวลา จนทำให้นอนไม่หลับได้ค่ะ

ส่วนกรดโฟลิกนั้นคือหนึ่งในตระกูลวิตามินบีรวม ซึ่งมีความจำเป็นต่อการแบ่งตัวของเซลล์ เสริมสร้างการเจริญเติบโตและกระตุ้นความตื่นตัวของสมอง ดังนั้นถ้าหากคุณได้รับกรดโฟลิกในปริมาณสูง จะทำให้สมองถูกกระตุ้นอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับสังกะสี ที่ปกติแล้วจะมีส่วนในการช่วยให้เซลล์ต่างๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และบำรุงเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย

แต่ถ้าหากร่างกายมีระดับแมกนีเซียมต่ำ ก็จะส่งผลให้คุณนอนไม่หลับได้เช่นกัน

เพราะแมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในการช่วยคลายความเครียด และช่วยทำให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เมื่อธาตุแมกนีเซียมทำงานร่วมกันกับแคลเซียม จะช่วยในการทำงานของระบบประสาท สามารถช่วยให้รู้สึกสงบ และผ่อนคลาย แต่ถ้าหากขาดแร่ธาตุชนิดนี้จะทำให้เกิดตะคริวขึ้นได้ด้วยค่ะ

3. อ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ

signals of insufficient vitamins_3

อาการอ่อนเพลีย กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดกล้ามเนื้อและข้อ นี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาด “วิตามินซี” ค่ะ

เนื่องจากวิตามินซีมีความเกี่ยวข้องกับการสร้างสารคอลลาเจนซึ่งเป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อประสานในร่างกาย บริเวณกระดูกอ่อน กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และผิวหนัง นอกจากนี้การขาดวิตามินซีอาจทำให้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ร่วมด้วย

จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้ เป็นอาการสำคัญอย่างหนึ่งของภาวะโรคลักปิดลักเปิด (Scurvy) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซีที่เรารู้จักกันดีในอดีต และในรายที่มีอาการรุนแรงจะมีเลือดออกตามไรฟัน  พบจุดจ้ำเลือดตามผิวหนัง เหงือกร่น และฟันหลุด ร่วมได้ด้วย

4. กล้ามเนื้อหดเกร็ง ขากระตุกเป็นตะคริว

signals of insufficient vitamins_4

สัญญาณเตือน กล้ามเนื้อหดเกร็ง ขากระตุก เป็นตะคริวนี้ อาจบ่งบอกถึงภาวะที่ร่างกายมีระดับ “แคลเซียม” ที่ลดต่ำลง

โดยแคลเซียมมีบทบาทในการรักษาการตอบสนองของเซลล์ประสาทและกล้ามเนื้อ การลดลงของแคลเซียมจะทำให้เซลล์เหล่านี้ถูกกระตุ้นได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการหดตัว แข็งเกร็ง และเป็นตะคริวได้

การรักษาระดับแคลเซียมในร่างกายจะถูกควบคุมโดย “วิตามินดี” ดังนั้นอาการเตือนนี้ก็อาจมีความเกี่ยวข้องกับภาวะขาดวิตามินดี ได้ด้วยเช่นกัน

5. เลือดกำเดาออกง่ายและเลือดหยุดยาก

signals of insufficient vitamins_5

ภาวะเลือดกำเดาออกง่าย และเลือดหยุดยาก อาจสัมพันธ์กับการขาด “วิตามินเค”

เนื่องจากวิตามินเค มีความสำคัญต่อกระบวนการแข็งตัวของเลือดในร่างกาย การขาดวิตามินเคจึงทำให้เลือดหยุดยากและอาจมีเลือดออกผิดปกติ เช่น มีเลือดกำเดา เลือดออกในทางเดินอาหาร และมีจุดจ้ำเลือดที่ผิวหนัง ได้ด้วย

6. สิว

signals of insufficient vitamins_6

สิวถือเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่สร้างความรำคาญใจให้กับคนหลายๆ คนและอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจได้ ซึ่งคนส่วนมากมักจะเข้าใจว่า สิวนั้นเกิดจากการที่คุณล้างหน้าไม่สะอาด ทานอาหารทอด อาหารมัน หรือเผชิญกับมลภาวะต่างๆ

แต่จริงๆ แล้ว การขาด “วิตามินเอ” หรือ “วิตามินดี” ก็สามารถทำให้เกิดตุ่มลักษณะคล้ายสิวขึ้นได้ค่ะ

เพราะวิตามินเอนั้นมีผลต่อการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินอาหาร ระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดสิว ลดจุดด่างดำบนในหน้า และลดการอักเสบของสิวได้ ดังนั้นระดับวิตามินเอในร่างกายที่ลดต่ำลงจึงมีความสัมพันธ์กับการเกิดสิวได้ค่ะ ส่วนวิตามินดี เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการสร้างฮอร์โมนที่มีผลต่อการเกิดสิว

ส่วนการขาดวิตามินดี ก็อาจส่งผลต่อการเกิดสิวได้เช่นกันค่ะ เพราะนอกจากวิตามินดีจะช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมในร่างกายแล้ว วิตามินดียังมีส่วนช่วยในการบำรุงระบบภูมิคุ้มกันโรคและบำรุงผิวพรรณอีกด้วยค่ะ

7. ผมร่วง

signals of insufficient vitamins_7

อาการผมร่วงอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของอาการศีรษะล้านได้ โดยคนส่วนมากนั้นนิยมไปหาวิตามินหรือแร่ธาตุต่างๆ มาเสริมให้กับร่างกายในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็น เพื่อลดปัญหาผมร่วงให้ทุเลาลงโดยไม่ต้องพึ่งยาหรือเข้าพบแพทย์

ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ได้ผิดเสียทีเดียว เพราะอาการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุบางชนิด อาจเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงได้ค่ะ

แต่คุณจำเป็นต้องรู้ว่า อาการผมร่วงนั้นเกิดจากการขาดสารอาหารชนิดหรือกลุ่มไหน ส่วนวิธีที่จะค้นหาสาเหตุได้นั้นมีหลายวิธีค่ะ เช่น เริ่มศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับอาการขาดวิตามินแต่ละชนิดโดยละเอียดจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ว่า และตรวจวิเคราะห์ระดับวิตามิน แร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระในเลือด เพื่อหาปริมาณที่เหมาะสมในการบริโภคอาหารเสริมอย่างปลอดภัยค่ะ

โดยคุณสามารถปรึกษาเราได้ที่นี่เลยค่ะ

ซึ่งเมื่อพูดถึงอาการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการผมร่วงแล้ว อาจเกิดขึ้นได้จาก ภาวะการขาด “สังกะสี” อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด ผมร่วง ผมบาง กระจายทั่วทั้งศีรษะ  ซึ่งสังกะสีเป็นแร่ธาตุที่ใช้ในกระบวนการของร่างกาย นำไปใช้เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาร่วมกับเอนไซม์ต่างๆ มีความสำคัญต่อการทำงานของอวัยวะ เช่น การเจริญเติบโต, การสร้างเนื้อเยื่อ รวมถึงการแบ่งตัวของเซลล์รากผมด้วย

ส่วนอีกหนึ่งสาเหตุคือการได้รับวิตามินเอในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นค่ะ เพราะโดยปกติแล้ววิตามินเอ จะเป็นวิตามินที่ช่วยบำรุงและซ่อมแซมเส้นผม แต่ถ้าได้รับวิตามินเอมากเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน เพราะวิตามินเอจะเข้าไปเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์รากผม ทำให้ผมยาวเร็วและหลุดร่วงออกไปจากศีรษะเร็วขึ้นค่ะ

8. มีรอยแตกบริเวณมุมปาก หรือโรคปากนกกระจอก

signals of insufficient vitamins_8

โรคปากนกกระจอกนั้นเป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัยและถือเป็นโรคที่สามารถหายได้เองภายในระยะเวลาสั้นๆ หรือประมาณ 7-10 วัน แต่ก็มีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีกค่ะ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีรอยแตกบริเวณมุมปากทั้งสองด้าน ซึ่งหากไม่รีบรักษาอาจทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพูดคุยหรือรับประทานอาหารได้ค่ะ  

ส่วนสาเหตุของโรคปากนกกระจอกส่วนมากจะมาจากภาวะร่างกายอ่อนแอ มีภูมิต้านทานต่ำ หรือภาวะขาด “วิตามินบี” โดยเฉพาะ วิตามินบี 2, วิตามินบี 3 และ วิตามินบี 12 นอกจากนี้อาจเกี่ยวข้องกับการขาดแร่ธาตุสังกะสี และ ธาตุเหล็ก อีกด้วย

9. ปวดชาบริเวณปลายมือและเท้า

signals of insufficient vitamins_9

อาการปวดชาบริเวณปลายมือปลายเท้า หรือที่เรียกว่ากลุ่มอาการ “peripheral neuropathy”อาจเกี่ยวข้องกับการขาดวิตามินบี

โดยเฉพาะ “วิตามินบี 1, วิตามินบี 6 และวิตามิน บี 12”

โดยวิตามินบี 1 และวิตามินบี 6 เกี่ยวข้องกับการสร้างสารสื่อประสาท และการส่งสัญญาณประสาท. ส่วนวิตามินบี 12 เกี่ยวข้องกับการสร้างเยื่อไมอิลิน (myelin sheath) ซึ่งทำหน้าที่ช่วยส่งสัญญาณกระแสประสาท การขาดวิตามินเหล่านี้จะทำให้ร่างกายเกิดอาการผิดปกติ ปวดหรือชาบริเวณเส้นประสาทรอบนอก หรือปลายมือปลายเท้าได้

10. ผิวหนังอักเสบ

signals of insufficient vitamins_10

ผิวหนังอักเสบ อาจเกิดเนื่องจากการขาด “วิตามิน บี 3” หรือ niacin ได้

ซึ่งผิวหนังอักเสบจากการขาดวิตามินบี 3 มักจะพบบริเวณที่มีการเสียดสีบ่อย หรืออยู่นอกร่มผ้า ผิวมักจะแห้งหยาบอักเสบ  เป็นคล้ายรอยไหม้ และจะเกิดร่วมกับอาการ ท้องเสีย สมองเสื่อม ลิ้นบวมแดง ปวดศีรษะ ซึ่งอาจเป็นอาการสำคัญของโรคเพลลากรา (Pellagra) นอกจากนี้การขาด “วิตามินบี 6” ก็อาจทำให้เกิดผื่นผิวหนังอักเสบได้เช่นกัน

สรุป

อาการที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมด เป็นสัญญาณเตือนถึงภาวะที่ร่างกายขาดวิตามิน หรือแร่ธาตุจำเป็น แต่กว่าที่ร่างกายจะมีอาการดังกล่าวแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนนั้น ต้องอยู่ในภาวะที่ขาดสารอาหารเหล่านั้นมากจนทำให้ระบบการทำงานของร่างกายเกิดความผิดปกติ ซึ่งในบางครั้งอาจสายเกินแก้ได้นะคะ

ดังนั้น ดิฉันจึงอยากแนะนำให้คุณลองตรวจวิเคราะห์ระดับวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นในเลือด เพื่อให้ทราบถึงความต้องการสารอาหารเหล่านี้อย่างแท้จริง และสามารถดูแลร่างกายให้สมบูรณ์ได้อย่างถูกต้อง

หากผลการวิเคราะห์ออกมาว่าร่างกายคุณมีวิตามินหรือแร่ธาตุจำเป็นตัวไหนที่น้อยเกินไป คุณจะได้เลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับที่ร่างกายต้องการ หรืออาจดูแลรักษาสมดุลของระดับวิตามินและแร่ธาตุจำเป็นในร่างกาย ด้วยการรับประทานวิตามินปรุงเฉพาะบุคคล เพื่อเติมเต็มวิตามิน แร่ธาตุที่จำเป็น และสารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ ในปริมาณที่เหมาะสมกับร่างกายคุณ เพื่อเป็นการป้องกันผลเสียจากการได้รับวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ มากเกินไปค่ะ ซึ่งคุณสามารถปรึกษาดิฉันได้ตามช่องทางเหล่านี้เลยค่ะ

LINE: @blog.vitaboost.me (มี “@”) หรือ คลิกที่นี่

Facebook: @Vitaboost.me

Facebook Messenger คลิกที่นี่

Website: http://blog.vitaboost.me/

IG: https://www.instagram.com/wordpress-81423-553861.cloudwaysapps.com/?hl=th