Vitamin K2 ดีต่อ(หัว)ใจ

Vitamin K2 ดีต่อ(หัว)ใจ

วิตามินเค (Vitamin K) เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน (Fat Soluble Vitamin) เช่นเดียวกับ วิตามินเอ (Vitamin A) วิตามินดี (Vitamin D) และวิตามินอี (Vitamin E)

วิตามินเค ที่สำคัญมี 3 ชนิด คือ

  • ฟิลโลควิโนน (Phylloquinone, K1) พบได้ในพวกผักสีเขียว จำเป็นต่อการแข็งตัวของเลือด

  • เมนาควิโนน (Menaquinone, K2) สร้างโดยแบคทีเรียในลำไส้และสามารถพบได้ในอาหารประเภทหมักดอง โดยเฉพาะ ถั่วเน่าหรือนัตโตะที่เกิดจากการหมักถั่วโดยใช้เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis ผลิตภัณฑ์จากนม ได้แก่ โยเกิร์ต ชีส เนยแข็ง มีส่วนสำคัญในการ metabolism ของร่างกาย ช่วยให้กระดูกและฟันแข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

ตารางเปรียบเทียบปริมาณ Vitamin K1 และ Vitamin K2 ในอาหารแต่ละชนิด

  • เมนาไดโอน (Mendadione, K3) เป็นวิตามินเคที่ถูกเปลี่ยนที่ตับให้เป็น Menaquinone มีประสิทธิภาพเป็น 3 เท่าของวิตามินเค1

จากโครงสร้างทางเคมีของ Vitamin K1และVitamin K2จะเหมือนกัน โดยมีความต่างกันเล็กน้อยในส่วนของโครงสร้างที่เรียกว่า side chain ของโครงสร้างหลัก ซึ่ง Vitamin K2 ก็สามารถพบได้หลายform จากการศึกษาพบว่าโครงสร้างที่อยู่ในรูปแบบของ MK-7 จะสามารถออยู่ในร่างกายได้นานกว่าเมื่อเทียบกับ MK-4

จากการวิจัยพบว่าประโยชน์ของ Vitamin K2 มีส่วนในการควบคุมแคลเซียมในร่างกายซึ่งมีผลในการป้องกันโรคได้หลายโรค ได้แก่

  • เพิ่มความแข็งแรงของกระดูก ลดความเสี่ยงการเกิดภาวะกระดูกพรุน สุขภาพฟันแข็งแรง จากการศึกษาพบว่า Vitamin K2 MK-7 มีส่วนสำคัญของโปรตีน Osteocalcin ที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและฟัน จากการศึกษาพบว่า Vitamin K2 MK-7 ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภาวะกระดูกพรุนและสามารถช่วยเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกในหญิงที่อยู่ในภาวะหมดประจำเดือนเมื่อเปรียบเทียบกับหญิงที่ไม่ได้รับ Vitamin K2 MK-7 เสริม
  • Vitamin K2 MK-7 ช่วยในการลดการอักเสบในร่างกาย จึงมีส่วนช่วยในการป้องกันการเกิดมะเร็งได้ จากการศึกษาพบว่า Vitamin K2 MK-7 สามารถช่วยลดการเกิดซ้ำของมะเร็งตับได้
  • Vitamin K2 ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ จากการศึกษาพบว่า Vitamin K2 ช่วยลดการสะสมของ Calcium ที่หลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดมีความยืดหยุ่น เลือดไหวเวียนได้ดี จึงทำให้ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ลดความดันโลหิต ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม

เราสามารถได้รับ Vitamin K จากแหล่งอาหารต่างๆ แต่ก็ไม่เพียงพอในแต่ละวัน การได้รับ Vitamin K2 ร่วมกับ Vitamin D จะช่วยเพิ่มประโยชน์มากขึ้น แต่Vitamin K2 ยังคงมีฤทธิ์ของการแข็งตัวของเลือดอยู่ จึงควรระมัดระวังการรับประทานร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด และสามารถเกิดอันตรกิริยากับยาได้ จึงควรปรึกษาแพทย์และผู้เชี่ยวชาญก่อนการรับประทานวิตามินทุกครั้ง

Reference :

http://www.foodnetworksolution.com/wiki/word/2276/vitamin-K

https://www.authorityhealthmag.com/vitamin-k2/

http://menaq7.com/health-benefits/bone-health/

http://vitamink2.org/

https://articles.mercola.com/sites/articles/archive/2013/10/12/vitamin-k2-benefits.aspx

https://www.nutraceuticalbusinessreview.com/news/article_page/Vitamin_K2_new_research_confirms_essential_role_in_heart_health/114933